7 เทรนด์สกินแคร์ มาแรง ปี 2022

Last updated: 2022-04-13  |  147 จำนวนผู้เข้าชม  | 

7 เทรนด์สกินแคร์ มาแรง ปี 2022

Skinimalism น้อยแต่ตอบโจทย์


เทรนด์ Skinimalism เป็นเทรนด์ที่เริ่มเกิดขึ้นในปี 2021 จากเดิมที่เป็นการอัดสกินแคร์แบบครบทุกแบบลงไปบนผิวหน้า ไปสู่การเลือกสรรสกินแคร์ที่ให้ประสิทธิภาพ สามารถตอบโจทย์ของผิวพรรณในเรื่องต่าง ๆ ได้ภายในขวดเดียว โดยเฉพาะการเลือกสกินแคร์ที่แก้ปัญหาผิวให้ผิวกลับมาสุขภาพดี ซึ่งเน้นหนักไปทางส่วนผสมที่ช่วยปลอบปละโลม หรือลดความระคายเคืองให้กับผิวที่บอบบาง จากการที่เราต้องสวมหน้ากากอนามัย ความเครียดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 การเผชิญกับมลภาวะหรือแม้กระทั่งการใช้สกินแคร์ที่มากเกินความต้องการของผิวแทน

Sustainability Beauty ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่งยืน

จากเทรนด์ Ulta Beauty ที่เป็นเทรนด์ที่มาแรงและยังคงไม่แผ่วลงแน่นอนกับเทรนด์การสนับสนุนแบรนด์ที่เลือกใช้ผลิตผลิตภัณฑ์และส่วนประกอบในสกินแคร์ที่ทำจากธรรมชาติ สิ่งเหลือใช้ เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังเริ่มคำนึงถึงที่มาของการเข้าถึงสารประกอบอย่างมีมนุษยธรรมชาติและไม่บุกรุกธรรมชาติ

 

Waterless Beauty สกินแคร์ที่ใส่ใจในการลดใช้น้ำ

นอกจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากรีไซเคิล หรือลดการใช้วัสดุย่อยสลายยากแล้ว เป็นที่รู้กันดีว่าน้ำเป็นทรัพยากรที่หมดไปและมีค่ามากเพียงไหน เมื่อผู้บริโภคหลายคนเริ่มมีความตระหนักถึงสิ่งนี้จึงมีหลายแบรนด้ได้เข้ามาจับตลาดผลิตสกินแคร์ที่พึ่งการใช้น้ำน้อยลงทั้งในแง่ของการผลิตและตัวผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาปริมาณน้ำสะอาดเอาไว้

 

Fermented Beauty สารจากการหมักเพื่อความงาม

จากงานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า ส่วนผสมของสกินแคร์ที่เกิดจากการหมักสามารถช่วยกระตุ้นผิวให้สามารถรับสารบำรุงหรือปริมาณของ Antioxidant ได้เป็นอย่างดี จากการคาดคะเนของ WSGN แล้ว เทรนด์นี้ที่นำมาก่อนใครโดยสกินแคร์แบรนด์ในเกาหลีและญี่ปุ่น นอกจากคุณค่าต่อผิวแล้ว แบคทีเรียที่เกิดจากการหมักยังช่วยยืดอายุของผลิตภัณฑ์ให้นานขึ้นอีกด้วย

 

Hormones For Your Skin ฮอร์โมนต่อเติมผิวให้สมดุล

สิ่งหนึ่งที่เรามักจะคุยเกี่ยวกับสกินแคร์ก็คือ ประสิทธิภาพการดูแลริ้วรอยบนผิวหน้าของเรา ในปีนี้เทรนด์การดูแลริ้วรอยจะเปลี่ยนแปลงไปโฟกัสที่ ฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีผลต่อผิวของผู้หญิงอย่างมาก และเมื่อพูดถึงวัยทอง ก็จะพบว่าระดับเอสโตรเจนลดลงและตามมาด้วยริ้วรอย การสูญเสียความชุ่มชื้นในผิว หรือการซ่อมแซมผิวที่ถูกทำร้ายได้น้อยลง

ดังนั้นหลายแบรนด์จึงเริ่มทำการทดลองทำสาร Phytoestrogens ที่สกัดมาจากธรรมชาติอย่างพวกถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน และองุ่นที่มีคุณสมบัติของสารAntioxidant และการต้านการอักเสบเพิ่มขึ้น

 

Community Collaboration จับมือไปด้วยกันกับทุกคน

เราจะเห็นเทรนด์ในต่างประเทศยกระดับการลบขีดกำจัดของอุตสาหกรรมความงามโดยการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และแบรนด์ที่ก่อตั้งโดยคนผิวสีเพื่อคนผิวสีมากขึ้น ซึ่งเทรนด์นี้จะยังคงเติบโตและเปิดกว้างต่อไปอีก ทั้งการสนับสนุนกลุ่มตัวเล็กและชุมชนให้เติบโตไปด้วยกันได้ในวงการความงาม ในแง่ของการทำงานร่วมกันหรือให้พื้นที่

 

Stress Care ดูแลความเครียดส่งผลดีต่อผิว

การดูแลผิวพรรณโดยเริ่มต้นจากภานในนั้น นอกจากได้รับสารอาหารหรือสารประกอบที่ดีแล้ว ต่อไปนี้คือการดูแลควบคุมความเครียดของเรา ที่ปัจจุบันรู้กันดีว่าความเครียดสามารถส่งผลเสียต่อระบบร่างกายของเราไปทั้งระบบการทำงานส่วนต่าง ๆ ซึ่งความเครียดสะสมจะส่งผลต่อผิวพรรณในแง่ของการก่อให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ผิวขาดน้ำ หรือแม้แต่ความแข็งแรงของผิวที่บอบบางลงได้ ทำให้เราใช้สกินแคร์ที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดแค่ไหนก็ไม่สามารถหายขาดได้สักที

โดยความเครียดนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และทุกคนมีระดับความเครียดรวมไปถึงวิธีการเผชิญกับความเครียดที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราจะมองเห็นอนาคตที่แบรนด์อาจจะเริ่มคำนึงและเข้ามาช่วยเหลือในการลดระดับความเครียด ด้วยผลิตภัณฑ์หรือการนำส่วนผสมที่สามารถช่วยผ่อนคลายหรือจัดการความเครียดได้มากขึ้นในปี2022 อย่างแน่นอน

 

สรุป
เทรนด์สกินแคร์ในปี 2022 นั้นก็จะเน้นไปทางสกินแคร์ที่มีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น รวมไปถึงการรักษาโลก ใส่ใจสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ผู้บริโภคยังต้องการลดจำนวนสกินแคร์ที่ต้องใช้ จากที่จะต้องลงหลาย ๆ ตัวเผื่อบำรุงให้ครบทุกปัญหา แต่กลับมองหาผลิตภัณฑ์เพียงไม่กี่ตัว แต่สามารถบำรุงได้ครบทุกปัญหา ดังนั้นเจ้าของแบรนด์สกินแคร์ควรตามเทรนด์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เผื่อผลิตผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที

แหล่งที่มา : www.the1.co.th

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com